ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ป้ายโฆษณา ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ดลับ วิธีเช็คสภาพรถยนต์หลังเดินทางไกล  (อ่าน 323 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Palmirus

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 13512
  • กระทู้: 17
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Palm สายซิ่ง
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 

หากคุณเป็นคนที่ต้องใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการเดินทางไกลๆ หรือไปต่างจังหวัดบ่อย การตรวจเช็คสภาพรถหลังจากใช้งานมาอย่างหนักคือสิ่งสำคัญไม่ต่างกับการต่อ ประกันภัยรถยนต์ ที่จะต้องไม่ลืมที่จะทำจุดไหนที่ต้องตรวจสอบดูว่าปกติดีอยู่? หรือมีส่วนที่ต้องซ่อมและเปลี่ยน บางจุดบ่งบอกว่าอันตรายหากปล่อยทิ้งไว้นาน วันนี้เรามาดูวิธีตรวจเช็ครถไปพร้อมกันว่ามีจุดไหนบ้าง

1.เช็คสภาพล้อรถยนต์

ความลึกของดอกยาง ใช้เหรียญบาทเสียบลงตามร่องของยาง หากมองเห็นส่วนใบหน้าเหรียญครบทั้งหมด นั้นเป็นสัญญาญเตือนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางแล้ว

รอยบนหน้ายาง ลองตรวจเช็คดูว่ามีรอยชำรุด ยางปูดบวม ดอกยางสึกไม่สม่ำเสมอกัน มีรอยแห้งแตกอยู่บนแก้มยางรถยนต์ของคุณหรือไม่  หรือไม่มีความยืดหยุ่นในระหว่างที่คุณเบรก แสดงว่าอาจมีการรั่วซึมอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นอันตรายในการขับขี่ในครั้งถัดไป

ลมดันลมยาง หากนำรถไปเช็คแล้วพบว่าล้อใดล้อหนึ่งมีความดันลมน้อยกว่าปกติ อาจจะมีการรั่วซึมเกิดขึ้นควรจะทำการปะยางหรือเปลี่ยนใหม่จะดีที่สุด

มีสิ่งทิ่มยางรถยนต์ หากพบว่ามีตะปู เศษเหล็ก หรือก้อนหินทิ่มแทง หรืออุดอยู่ที่ยางรถยนต์ของคุณ อาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นยางระเบิดได้  ควรรีบนำรถยนต์ไปเปลี่ยนยางใหม่เพื่อความปลอดภัยของคุณ

2.เช็คน้ำยาหล่อเย็น ให้สังเกตที่หม้อพักน้ำยาหล่อเย็นจะมีสัญลักษณ์บอกระดับน้ำ คือ Min และ Max ถ้าระดับน้ำอยู่ต่ำกว่า Min แสดงว่าน้ำน้อยเกินไปอาจเป็นเหตุทำให้เครื่องยนต์ฮีต วิธีแก้เพียงเติมน้ำยาหล่อเย็นที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายอะไหล่ทั่วไป โดยเติมน้ำยาเข้าไปให้ได้ระดับที่พอดีไม่มากเกินขีด Max เพราะถ้ามากเกินจะทำให้น้ำที่เดือดแล้วล้นออกมาส่งผลให้เป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์เช่นกัน

3.เช็คช่วงล่างรถยนต์ และระบบการสั่นสะเทือน เวลาคุณขับขี่แล้วรถเกิดอาการร่อนเมื่อขับด้วยความเร็ว แสดงว่าโช้คอาจได้รับความเสียหาย อีกอาการคือภายในห้องโดยสารมีความนุ่มผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถซับแรงสะเทือนเองได้ มีความกระดอนผิดจังหวะ แสดงว่าโช้คมีการทำงานที่ผิดปกติถือได้ว่ามีความอันตรายอยู่พอสมควร นอกจากนั้นต้องลองตรวจเช็คลูกหมากปีกนก ลูกหมากคันชักตัวนอก ลูกหมากแร๊ค รวมไปถึงลูกปืนล้อ  วิธีเช็คคือเมื่อขับขี่จะรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าหมุนเลี้ยวจะมีระยะมากกว่าปกติ มีอาการเสียงดังเวลารถตกหลุม หรือตอนที่รถเอียงตัว เป็นต้น

4.เช็คน้ำมันเครื่อง วิธีการเช็คคือการใช้ก้านตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่อง ถ้าการแสดงผลโชว์ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่างขีด F กับ L หรือ Max กับ Min แสดงว่าอยู่ในระดับที่ปกติไม่มากและไม่น้อยเกินไป หากนอกเหนือกว่านั้น แสดงว่าน้ำมันเครื่องมีความสกปรกอาจจะทำให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นลดลง ถ้าตรวจเช็คแล้วพบว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าตัว L แสดงว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติอาจทำให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหลอได้ และสุดท้ายหากตรวจพบว่าระดับน้ำมันอยู่สูงเกินกว่าระดับตัว F แสดงว่าน้ำมันเครื่องมีมากเกินไป และอาจจะทำให้เกิดความร้อนสูงสิ้นเปลืองพลังงาน

5.เช็คสภาพตัวถัง วิธีที่สังเกตและสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตัวเอง สังเกตรอบตัวถังรถว่ามีรอยบุบหรือรอยขีดใดๆ เพิ่มมาใหม่หรือมีลักษณะที่ผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่ หากพบจะได้ซ่อมแซมได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี ก่อนที่จะเป็นปัญหาที่แก้ยากมากกว่าเดิม

6.เช็คไส้กรองอากาศ วิธีตรวจเช็คก็สามารถทำได้ง่ายๆ เมื่อเปิดฝากระโปรงขึ้นจะเห็นหม้อกรองอากาศที่อยู่ติดกับลิ้นปีกผีเสื้อจากนั้นให้แกะกิ๊บล็อคหม้อกรองออกมาดูว่าสกปรกและมีฝุ่นเยอะเกินไปหรือไม่ สามารถถอดเพื่อเคาะฝุ่นออก หรือใช้ลมเป่าออกได้ 

หากรถยนต์ของคุณตรวจเช็คสภาพรถทุกครั้งหลังเดินทางก็จะส่งผลดีต่อระบบการทำงานในส่วนต่างๆ ของรถยนต์ หากไม่มีการดูแลก็จะเสื่อมถอยไปตามสภาพการใช้งาน ท้ายที่สุดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเช็ครถเท่านั้น การตัดสินใจเลือก การซื้อประกันรถยนต์ ก่อน


ออฟไลน์ ! KAI !

  • สมาชิก 4000 ไมล์
  • *************
  • สมาชิก ID: 1277
  • กระทู้: 4151
  • พลังน้ำใจ : 396
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: KAI
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1