ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ป้ายโฆษณา ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: สิ่งที่คุณควรรู้! ก่อนจะเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์  (อ่าน 192 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ totheworld

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 13417
  • กระทู้: 7
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: bangkok
  • ชื่อเล่น: ning
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 

   
ถ้ารถของคุณเริ่มมีอาการสตาร์ทไม่ค่อยติด ไฟหน้า หรือไฟบนแผงหน้าปัดรถดูจะสว่างน้อยลง นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้เวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณแล้วก็เป็นได้ ! แต่ก่อนที่จะเปลี่ยน คุณเข้าใจเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์ดีหรือยัง ?
   
ตามปกติแล้วแบตเตอรี่รถจะมีอายุการใช้งานราว ๆ 1.5-2 ปี (สำหรับแบบเปียก และกึ่งแห้ง) ถ้าแบตเตอรี่เสื่อมแล้วก็ควรที่จะเปลี่ยนใหม่ ซึ่งนั่นก็จะนำมาสู่คำถามที่ว่าจะเอาแบบไหนดีระหว่าง แบบเปียก แบบแห้ง และแบบกึ่งแห้ง จะใช้แบบไหนดีละ?
 
แบบเปียก หรือแบบธรรมดา (Lead-Acid)
ข้อดีของแบตเตอรี่ชนิดนี้ก็คือราคาที่ถูก อายุการใช้งานที่นานกว่า เพียงแต่ต้องคอยระวังตำแหน่งการติดตั้ง และหมั่นตรวจเช็ค กับคอยเติมน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละครั้ง

แบบกึ่งแห้ง หรือแบบ MF (Maintenance Free)
แบตกึ่งแห้งนั้นไม่ต้องดูแลบ่อยเท่าแบบเปียก ครึ่งปี หรือปีหนึ่งจึงค่อยมาเช็คแบตเตอรี่รถยนต์สักรอบ เพราะตัวแบตถูกออกแบบมาให้สูญเสียน้ำกลั่นให้น้อยที่สุดอยู่แล้ว
   
เมื่อเทียบกัน แบบกึ่งแห้งจะถือว่ามีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และประหยัดเวลาในการดูแลมากกว่าแบบเปียก เพียงแต่ราคาก็สูงกว่าด้วยเช่นกัน

แบบแห้ง หรือแบบ SMF (Sealed Maintenance Free Car Battery)
เมื่อเทียบกับ 2 แบบแรกแล้ว แบบแห้งคือแบตที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน 5-10 ปี ซึ่งก็แน่นอนว่าย่อมแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่มากกว่า 2 แบบแรกด้วยเช่นกัน
   
แบตเตอรี่ประเภทนี้ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำกลั่น ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย และสามารถตรวจเช็คระดับน้ำกรดได้ผ่านตาแมว
 
   
เอาละถ้าพอเข้าใจแบตทั้ง 3 แบบแล้ว ถ้างั้นเรามาดูในเรื่องการใช้งานกันดีกว่าว่ารถของคุณเหมาะกับแบตแบบไหน และต้องดูที่อะไรบ้าง?
 
ให้ดูที่แอมป์
รถแต่ละรุ่นจะมาพร้อมกับแอมป์ที่ต้องใช้ในการสตาร์ทที่ไม่เหมือนกัน เพราะงั้นเพื่อความสบายใจ เวลาจะเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ คุณก็ควรที่จะเลือกแบตที่มีปริมาณความจุ หรือแอมป์เท่าเดิม ห้ามต่ำกว่าหรือมากกว่า

ไม่ค่อยเก่งเรื่องรถ
ถ้าคุณไม่ค่อยมีความรู้เรื่องรถ และไม่ได้แต่งรถแต่อย่างใด การเลือกใช้แบตเตอรี่แบบแห้งไปเลยน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยตัดปัญหายุ่งย่างไปได้เยอะเลยทีเดียว

เดินทางบ่อยไหม?
ถ้าชอบขับรถเที่ยวต่างจังหวัด หรือต้องใช้รถในการเดินทางบ่อย ๆ การเลือกใช้แบตเตอรี่แบบน้ำจะเหมาะกับรถที่ใช้งานเป็นประจำมากกว่า

แต่งรถเพิ่มหรือเปล่า ?
ติดลำโพง เพิ่มไฟให้สว่าง ถ้าคุณไปแต่งรถเพิ่ม โดยปกติแล้วความจุของแบตเตอรี่รถยนต์ที่มาจากศูนย์จะไม่พอ เพราะตัวรถมีการกินไฟเพิ่ม เพราะงั้นคุณจึงควรที่จะเลือกแบตที่สามารถเติมน้ำกลั่นได้ ไม่ควรเอาแบบแห้ง และเลือกแบตที่มีปริมาณแอมป์เพิ่มขึ้นประมาณ 10-30 แอมป์ ซึ่งทั้งนี้ก็ควรที่จะปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
 
   
ข้อมูลทั้งหมดนี้น่าจะช่วยให้คุณเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานและเข้ากับรถของคุณได้อย่างแน่ ๆ เอาละ ถ้าอ่านจบแล้วก็อย่าลืมรีบไปเปลี่ยนกันนะ ถ้าหมดกลางทางเอาล่ะก็ ได้เสียเวลาและเสียอารมณ์แน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 ส.ค. 2020, 15:46:16 โดย totheworld »

ออฟไลน์ ! KAI !

  • สมาชิก 4000 ไมล์
  • *************
  • สมาชิก ID: 1277
  • กระทู้: 4151
  • พลังน้ำใจ : 396
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: KAI
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1

Tags: