ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - ZaM_ZerO

หน้า: [1]
1
กล่อง คันเร่งไฟฟ้า

    บางคนก็รู้จักบางคนก็ไม่รู้จัก หรือบางคนรู้จักแต่ไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรที่มากกว่านั้น
วันนี้ผมจะมาบอกเรื่องคันเร่งไฟฟ้าครับ คันเร่งไฟฟ้าเป็นตัวที่เพิ่มการตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้า ทำให้การออกตัวที่รอรอบได้หมดไป และออกตัวเร็วกว่าเดิม เช่นปกติออกตัว 0-100km/h ใช้เวลา17วินาที แต่มาติดคันเร่งไฟฟ้าปรับสเต็ปที่แรงสุด อาจจะ เหลือแค่ 9 วินาที เห้นได้ชัดว่าต่างกันมาก

ทีนี้ที่หลายคนบอกกันคือ คันเร่งไฟฟ้าเมหือนตัวหลอกสัญญาณ เช่น ปกติคันเร่งรถอาจจะไล่ๆไป จาก 0-1-2-3-4-5-6-...100% ตาม%การเหยียบคันเร่ง แต่หลังจากมาใช้กล่องคันเร่งไฟฟ้ามันจะหลอกสัญาณ เป็น 0-2-5-10-15-35-....-100% ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่ามันเร็วขึ้น แต่มันไปหลอกสัญญาณ ต้องบอกว่าหลายคนเข้าใจกันแบบนี้ และมันก็เป็นการเข้าใจที่ถูกต้อง

แต่ที่แตกต่างกันคือ กล่องคันเร่งไฟฟ้า ขายอยุ่เกลื่อนมากๆ และที่มันหลอกสัญญาณแบบนั้นก็มีอยู่จริงหลายหลายยี่ห้อมากๆครับ แต่มันจะมีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อที่มันแตกต่างจากการหลอกสัญญาณ เป็นการปรับกราฟคันเร่งไฟฟ้า ปกติคันเร่งไฟฟ้าจะมีกราฟอยู่ในตัวของมัน ถ้าใส่กล่องหลอกมันก็พากันหลอกหมด แต่อันนี้เป็นการเขียนกราฟขึ้นมาใหม่ ให้เหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น ให้การตอบสนองที่ดีกว่า ไม่ใช่แค่หลอกสัญญาณกันง่ายๆ ส่วนใหญ่จะต้องมีชิพเซ็ทที่ใช้ควบคุมคือระบบไมโครคอนทรอลเลอร์ ซึ้งตอนนี้ในไทยมีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อที่ใช้กับคันเร่งไฟฟ้า และที่มันต่างกันคือ ซอร์ฟแวร์ที่ใช้เขียนลงไปที่มันต่างกันครับ ตรงนี้ที่คันเร่งไฟฟ้าถูกๆไม่มีกัน และการตอบสนองก็ต่างกันมากครับ บางคนทดลองคันเร่งไฟฟ้าแล้วไม่ได้ติดดันรางก็มีเยอะครับ เรพาะมันช่วยการตอบสนองจนคนขับพอใจมากกับความต้องการ ไม่ต้องติดดันรางให้รถช้ำขึ้น หรือบางคนติดกล่องดันรางและติดคันเร่งไฟฟ้า ยิ่งช่วยเร่งและรีดแรงม้าได้ไวกว่าเดิมมากครับ

คุณสมบัติของกล่องคันเร่งไฟฟ้า
คันเร่งไฟฟ้าเพิ่มการตอบสนอง มีระบบไมโครคอนทอลเลอร์ควบคุม และมี Software เฉพาะรุ่นของรถ ไม่ใช่แค่สลับปลั๊กมาเสียบได้เลย แต่ล่ะกล่องค่าการจูนต่างกัน เพราะการตอบสนองของรถแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน

สรุป

การเลือกใช้คันเร่งไฟฟ้า จึงควรดูว่า ระบบการทำงานเป็นแบบ ระบบไมโครคอนทรอลเลอร์ 32 BIT ที่ระบบปฎิบัติการ STABLE ระบบคันเร่งไฟฟ้าของตัวรถ ก่อนใช้งาน เพราะรถแต่ละยี่ห้อเอง ก็มีค่าที่ต่างกัน

ไม่ควรให้ค่าต่ำเกิน หรือ สูงเกินไป อาจเป็นอันตรายทั้งรถและคนได้ครับ

ยกตัวอย่างเช่น

รถ FORD  RANGER และ MAZDA BT50 PRO

- ในขณะไม่มีการเหยียบ คันเร่ง ไฟที่ส่งออกมาจากขาคันเร่งๆไฟฟ้า อยู่ ที่ LOW  0.5 VOLT

- ในขณะ เหยียบ คันเร่ง สุดขาคันเร่ง  ไฟที่ส่งออกมาจากขาคันเร่งๆไฟฟ้า อยู่ ที่ HI  4.0 VOLT 

กล่องคันเร่งไหนที่มีระบบ STABLE กล่องคันเร่งที่มีการ SET ก่อนใช้งานในลักษณะนี้ จะทำให้การขับขี่ ลื่นไหลดี ไม่มีกระตุก และการปล่อยการหน่วง เป็นธรรมชาติ

รถแต่ละยี่ห้อเองมีการจ่ายไฟที่ต่างกันครับ

VIGO เอง ในรอบ LOW อยู่ที่ 1.5 VOLT และ
                  ในรอบ HI อยู่ที่ 4 VOLT
จึงไม่แปลกครับว่าทำไม่ VIGO เองถึงออกตัวดีกว่า เพราะในรอบLOW เดิมๆโรงงานเอง ไฟที่ไปสั่งคันเร่งเอง ก็VOLTมากกว่า RANGER ครับ

2
สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
วิธีการดูแลรักษาเบาะ

1.  เบาะหนังแท้
-  ไม่ควรอมความร้อน
-  มีผิวสำผัสที่รู้สึกดีกว่าวัสดุชนิดอื่น
-  ดูหรูหรา ภูมิฐาน
-  มีความคงทนสูง (ถ้าใช้และดูแลอย่างถูกวิธี)
-  รักษายากกว่าวัสดุตัวอื่น
-  อาจเกิดเสียงดัง ออดแอดอันเกิดจากการเสียดสีของผิวสัมผัส
-  เก็บความชื้นได้ดีกว่าหนังเทียมโดยทั่วไปคุณสมบัติของผ้าที่ถือว่าดีมีความคงทนถาวรที่สุดชนิดหนึ่งก็คือหนังแท้ทั้งยังให้ความรู้สึกที่หรูหรามากกว่าผ้าชนิดอื่นแต่ราคาก็แพงกว่าอยู่มาก

วิธีการดูแลรักษาเบาะหนังแท้
อย่าให้ถูกแสงแดดนานๆเพราะจะทำให้ผ้ากรอบได้เร็วกว่าปกติอันเนื่องมาจากรังสีUV พยายามอย่าโดนน้ำหรือความชื้นเพราะผ้าหนังแท้มีคุณสมบัติซึมน้ำได้พอสมควรและที่สำคัญเมื่อหนังเกิดความชื้นขึ้นจะทำให้ตัวแบททีเรียที่ฝังอยู่ข้างในออกมาเดินเพ่นพ่านส่งกลิ่นอับอย่าเช็ดเบาะด้วยน้ำยาเคลือบเบาะบ่อยนักควรใช้เท่าที่จำเป็น เพราะว่าเมื่อเราเช็ดไปแล้วนั้นน้ำยาต่างๆที่เราใช้เช็ดจะเข้าไปฝั่งอยู่ภายในทำให้ผ้านุ่มดูเหมือนใหม่(ฟังแล้วดูดีจัง)แต่เมื่อใดที่สารดังกล่าวเสื่อมก็จะกลายเป็นสารที่มีความหนืดสูงซึ่งจะทำให้ผ้าแข็งขึ้นทำให้ต้องทาซ้ำใหม่เพื่อให้กลับมานิ่มเหมือนเดิม โดยจริงๆ แล้วนั้นบางบริษัทที่มีรถยนต์ระดับหรูหราและร้านเบาะรถยนต์เขาจะใช้Vaselineทาบางๆจะทำให้ผ้าไม่กรอบง่ายแต่ต้องทาบ่อยๆเพราะเขาจะติดอยู่แค่ผิวนอกอาจจะหลุดออกได้ง่ายหน่อย แต่ในเมื่อถ้าเราอยากจะใช้เบาะหนังแท้ให้สวยก็ต้องรักษากันหน่อยละกัน

2.  เบาะหนังเทียม
-  รักษาง่ายกว่าวัสดุตัวอื่น
-  ไม่เก็บความชื้น
-  อมความร้อน
-  ผิวสัมผัสสบายไม่อบ
-  ไม่ทนทานเท่าวัสดุตัวอื่นๆวิธีการรักษาของวัสดุตัวนี้ไม่ยุ่งยากจัดได้ว่าง่ายที่สุดก็ได้

วิธีการดูแลรักษาเบาะหนังเทียม
อย่าให้โดนแดดบ่อยนักอันนี้เป็นเหมือนกันทุกอย่างโดยบ่อยๆเสื่อมเร็วอย่างเช่นยางต่างๆเสื่อมเร็วกว่าเมืองนอกตั้งเยอะนำเข้าก็แพง ภาษีโหดร้ายเลยต้องทนๆ เอาถ้าเบาะเลาะก็ใช้ผ้าชุบน้ำให้แล้วบิดพอหมาดเช็ดเหมือนกับที่เช็ดแผงประตูหรือแผงหน้าปัทนั้นแหละคุณสมบัติไม่ต่างกันเท่าใหร่สำหรับเบาะชนิดนี้ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำยามาเคลือบเงาอีกบางทีน้ำยาเคลือบเงาแพงกว่าค่าผ้าเสียอีก

3.  เบาะกำมะหยี่,เบาะผ้า
-  ไม่อมความร้อน
-  มีผิวสำผัสที่รู้สึกดีกว่าหนังเทียม
-  ดูหรูหรา ภูมิฐานรองมาจากหนังแท้
-  มีความคงทนสูง(ถ้าใช้และดูแลอย่างถูกวิธี)
-  รักษายาก
-  เก็บความชื้นได้ดี
-  มีกลิ่นอับง่าย

วิธีการดูแลรักษาเบาะกำมะหยี่,เบาะผ้า
การดูแลรักษาเบาะกำมะหยี่,เบาะผ้าเห็นจะยากที่สุดก็เป็นเรื่องของความสะอาดเพราะเป็นวัสดุที่มีความสามารถเก็บสิ่งสกปรกต่างๆ ในตัวเองได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะของเหลวที่ใหลซึมเข้าสู่เนื้อในแล้วละก็ตัวผ้าจะเป็นด่างในทันที่โดยส่วนมากวัสดุชนิดนี้ที่นำมาใช้ในรถยนต์นั้นมักจะใช้สีเข้มเพื่อเป็นการเลี่ยงสีไม่ให้เห็นสิ่งสกปรกด้านใน

การดูแลรักษามีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
กลุ่มที่ 1 เพิ่งซื้อรถยนต์มาใหม่หรือเปลี่ยนผ้าเบาะรถใหม่ในกลุ่มนี้สามารถหาซึ้สเปรฉีดกันน้ำฉีดก่อนเพื่อเคลือบผิวผ้าไม่ให้อมน้ำได้ง่ายนักแล้วก็พยายามอย่าให้ถูกน้ำบ่อยๆ ถึงแม้ว่าจะป้องกันแล้วก็อาจพลาดได้

กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ใช้มาได้ซักระยะแล้วมีวิธีดังนี้ถ้าขยันพอก็ถอดเบาะทำเบาะต่างๆที่ต้องการจะล้างนำมาไว้กลางแดดแล้วใช้ผ้าชุบน้ำผงซักฟอกแล้วมาขัดๆ ถูๆสลับกับผ้าแห้งสะอาดๆจนกว่าสีจะค่อยๆ จางลงเรื่อยๆแล้วก็จะสะอาดเองแล้วก็นำไปตากแดดให้แห้งสนิทจึงค่อยนำไปไว้ในรถอย่างเดิมเป็นอันเรียบร้อย

แค่วิธีง่ายๆ เท่านี้คุณก็สามารถดูแลรักษาเบาะหนังรถยนต์ของคุณให้สะอาดและน่านั่ง ที่สำคัญยังทำให้ใช้งานได้นานอีกด้วย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมองหาร้านเบาะเพื่อเปลี่ยนเบาะ ทำเบาะใหม่อยู่บ่อยครั้ง และช่วยให้คุณประหยัดค่าใช่จ่ายในการหุ้มเบาะหนังใหม่อีกด้วย เพราะถ้าเบาะหนังรถยนต์ของคุณชำรุดน้อยมากเท่าไรก็ทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำเบาะใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : cardecorate.com

3
การขับรถเกียร์ออโต้ให้ประหยัดน้ำมัน

วิธีนี้ผมทดสอบด้วยตัวเองมาแล้ว ขับทางไกลหรือในเมือง กินน้ำมันไม่แตกต่างกันเลย
หรือต่างกันก็ไม่เกิน5-10% การใช้เข็มบอกรอบเครื่องเป็นตัวกำหนดการใช้น้ำมันได้ เป็นอย่างดี
ที่ความเร็วรอบ 2000 - 2500 จะช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ที่ความเร็วรอบ 1200 - 2000 จะช่วย
ประหยัดน้ำมันได้มากจริงๆ

1.การออกตัวขณะจอดนิ่งเป็นตัวที่ทำให้ใช้น้ำมันมากที ่สุด ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องออกตัวอย่าง
รวดเร็วเพื่อเอาใจคันหลัง พยายามอย่าให้รอบเกิน 2500 ดีที่สุด
2.ต้องคอยสังเกตการเปลี่ยนเกียร์ของระบบว่าจะเปลี่ยน ที่ความเร็วรอบเท่าไหร่ ส่วนมากจะเปลี่ยนที่
>3000 รอบ แต่ถ้าเราไม่เร่งเครื่องอย่างรุนแรง การเปลี่ยนเกียร์จะอยู่ที่รอบต่ำกว่านี้ได้ แต่ต้องใช้
ระยะทางมากกว่า แต่โดยรวมประหยัดกว่ามาก
3.ควรขับที่ความเร็วที่มีการเปลี่ยนเกียร์ เช่น 20, 40, 60 หรือ 80 เพราะเป็นจุดที่มีความเร็วรอบเครื่อง
ต่ำที่สุด นั่นคือใช้น้ำมันน้อยที่สุด แต่ต้องระวังว่าควรจะให้มีการเปลี่ยนเกียร์ไปแล้ว เพราะก่อนที่จะมีการ
เปลี่ยนเกียร์ ความเร็วรอบจะสูงสุด กินน้ำมันมากที่สุด
5.การเหยียบเบรคบ่อยๆหรือรุนแรงเป็นตัวบอกว่าคุณใช้น ้ำมันเกินความจำเป็นไปแล้ว สังเกตได้เลย
ปรับเปลี่ยนทัศนคติของการขับเสียใหม่ก็ไม่สายครับ
6.หลีกเลี่ยงการหยุดในที่ลาดเอียง เปลืองทั้งน้ำมันและผ้าเบรค
7.ไม่ควรขับรถชิดคันหน้าเกินไป เพราะทำให้ความเร็วไม่สม่ำเสมอ รอบเครื่องจะขึ้นลงตลอดเวลา ก็ต้อง
ใช้น้ำมันทั้งนั้นแหละครับ
8.รู้จักขับที่เลนซ้ายบ้างก็ดี ไม่ต้องคอยหนีคันหลังจนไม่สามารถควบคุมความเร็วรถได้ ก็ต้องใช้น้ำมันเกิน
ความจำเป็นอีกนั่นแหละ
9.ข้อสุดท้ายการใช้รถอย่างไม่รู้คุณค่าของน้ำมันแสดง ถึงคุณตกสมัยไปมาก เหมือนคนสูบบุหรี่ที่ไม่ใช่ของ
เท่ห์อีกต่อไป
ก็อปมาจากบทความของคุณ โฆษิต คับ
http://topicstock.pantip.com/sinthor.....;/I3581866.html

4
วิธีการดูแลล้อแม็ก ให้สวยนาน

           การทำให้ ล้อแม็ก สวยนั้น เป็นเรื่องที่ดูแล้วไม่ยากนัก แต่การที่จะทำ ล้อแม็ก ของคุณสวยภายใต้ความแข็งแรง, และปลอดภัย เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก และบทความข้างล่างนี้อาจเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย เพื่อให้คุณได้รู้วิธีการดูแลรักษา ล้อแม็ก ให้สวยคงทน คู่รถของท่านไปนานแสนนาน

การล้างทำความสะอาด ล้อแม็กซ์
เมื่อคุณประกอบ ล้อแม็ก อันสวยงามของคุณเข้ากับรถแล้ว เมื่อมีการขับขี่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือคราบสิ่งสกปรกที่จะเข้ามาติดกับ ล้อแม็ก ของคุณไม่ว่าจะเป็นคราบ น้ำมัน ยางมะตอยจากท้องถนน ฝุ่นผงจาก ผ้าเบรค เศษหิน ดิน โคลน ต่างๆ ดังนั้นเมื่อมีสิ่งเหล่านี้ติดมาก็ต่อทำการล้างโดยเร็ว ด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด พึงระวังอย่าใช้แปรงหรือเส้นใยสังเคราะห์ที่มีความแข็งกระด้าง รวมไปถึง ยาขัดสี โดยเด็ดขาด หรือควรหลีกเลี่ยง การล้างรถ ด้วยเครื่องล้างอัตโนมัติ เพราะแปรงที่แข็งก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ผิว ล้อแม็กซ์ ของคุณเป็นรอยได้

ควรหลีกเลี่ยง การล้างล้อแม็ก ในขณะที่ ล้อแม็ก กำลังร้อนอยู่ เพราะเมื่อเราล้างด้วยน้ำสบู่ มักจะแห้งเร็วทำให้เกิดคราบเป็นจุดติดที่หน้าล้อได้ ดังนั้นจึงควรปล่อยให้ ล้อแม็ก เย็นก่อนทุกครั้งที่ทำการล้าง การทำความสะอาด ควรใช้น้ำฉีดล้างบริเวณที่ถูสบู่ไปแล้ว แต่ต้องล้างก่อนที่คราบรอยแห้งของสบู่จะค้างติดอยู่ ควรใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ถูบริเวณ ล้อแม็กซ์ และควรมี ฟองน้ำแยกกันระหว่างการล้าง ล้อแม็ก กับการล้างส่วนอื่นของตัวรถ เพราะ ล้อเป็นส่วนที่มีสิ่งสกปรกได้ง่าย หากใช้ฟองน้ำอันเดียวกัน ก็จะทำให้สิ่งสกปรกและ เม็ดทราย ไปติดหรือทำลายผิวสีของส่วนอื่นก็ได้

ล้อขอบเงา
ส่วนล้อที่เป็นลักษณะขอบเงา การดูแลอาจต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะส่วนใหญ่มักจะ เคลือบ แลคเกอร์ ไว้ แต่ถึงอย่างไร ความคงทนก็ย่อมด้อยกว่า การทำสี ดังนั้นไม่ควรใช้แปรงที่ขนแข็ง หรือใช้วัสดุอื่น ขัดอย่างรุนแรง เพราะจะทำให้ ฟิลม์ แลคเกอร์ ซึ่งค่อนข้างบางอยู่แล้ว เกิดชำรุด ซึ่งจะก่อให้เกิดคราบขี้เกลือ ( สนิมขาว Oxidation ) เกิดขึ้น

ล้อแม็ก มีคราบ ยางมะตอย ติด ให้ทำดังนี้ครับ...
หา น้ำมันสน หรือ น้ำมันก๊าด จุ่มกับ เศษผ้า เช็ดตามจุด ที่ ยางมะตอย ติด
หลังจากนั้น ล้าง ล้อแม็ก ด้วย แชมพูล้างรถ หรือไม่ ก็เอา น้ำยาล้างจาน แทนก็ได้ ตามด้วย ล้างน้ำเปล่าซ้ำ แล้วเช็ดให้แห้ง
หากอยากให้ ล้อแม็ก ของท่านสวยเงางาม ก็หายาขัดชนิดละเอียดที่สุด ลูบหรือเช็ดเบาๆ ( หลีกเลี่ยงการขัดอย่างรุนแรง ) เพราะจะทำให้ แลคเกอร์ ที่เคลือบนั้น บางลง ซึ่งจะทำให้การปกป้องของสี ลดลงตามไปด้วย

5
เสียงไม่ดังมาก กำลังดีครับ เมื่อก่อนไม่มีเสียงท่อรู้สึกขับแบบไม่มีวิญญาณ แต่พอทำท่อมารู้สึกมีชีวิตชีวานขึ้นเยอะเลยครับ :)) :))

6
เพิ่งไปรับมาเมื่อเช้าครับ  8) 8) :'( :'(

7
คงจะดีถ้า Altis ในเมื่องไทยมี Spec ที่มี Sunroof บ้าง เหมือนกับของ Europe เนอะ (ฝันนนนนนน) :)) ::)

8
แซม ครับ อยู่สมุทรปราการ
ไปจองคิว New Altis มาแล้ว มีใครไปจองมาแล้วมั่งครับ มาเล่าสู่กันฟังหน่อยครับ
ได้ของแถมอะไรมั่ง  ;) :))

หน้า: [1]