ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - etanat

หน้า: [1]
1
สอบถามใครมีร้านซ่อมปั้ม ABS อัลติส 2014 แนะนำมั่งไหมครับ ให้ศูนย์เช็คค่าอะไหล่รวมค่าแรงแสนนึงพอดี เลยอยากหาร้านซ่อมก่อนครับ
รุ่น 1.8v ปั้มรหัส 2Q อาการคือ ไฟหน้าปัดแสดงสถานะถนนลื่น กับรูปเครื่องยนต์ บางครั้งติดสัญลักษณ์ ABS ด้วยครับ เป็นๆ หายๆ ให้ศูนย์เช็คบอกเป็นที่ปั้ม ABS ครับ ทางศูนย์แจ้งว่าได้ทำการลบ Error code ดังกล่าวออกไปก่อนแล้วจะได้ไม่แจ่งเตือนครับ แต่อยากหาร้านราคาโอเคและะมีฝีมือเพื่อซ่อมครับ ใครพอทราบหรือมีแนะนำผมรบหน่อยครับผม กทม. ปริมณฑล นะครับ

2
       วันนี้ขอเสนอเรื่อง ก้านปัดน้ำฝน นะครับ หลายคนอาจเคยได้ยิน "เค้า" พูดกันว่า "เวลาจอดรถทิ้งไว้นานๆ หรือจอดรถตากแดดให้ยกก้านน้ำฝนขึ้นเพื่อยืดอายุของยางปัดน้ำฝน" แต่หารู้ไม่ว่า ตัวยางปัดน้ำฝนนั้นสามารถทดต่อความร้อนได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่ถ้าถามว่าส่งผลเสียไหมหากไม่ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้น ผลเสียอย่างนึงที่เห็นได้ชัดคือถ้าหากต้องจอดตากแดดนานๆ แล้วไม่ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้น ความร้อนจากกระจก จะส่งผลให้ตัวยางปัดกระจก แข็งกรอบและเสื่อมสภาพไวกว่าปกติ เนื่องจากตัวยางต้องแนบกับกระจกร้อนๆ เป็นเวลานาน จากที่อ่านมาหลายๆ คนคงสรุปได้ว่า งั้นก็ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นถูกแล้วน่ะสิ ตอนนี้เราทราบถึงข้อเสียหากไม่ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นแล้ว ต่อไปผมจะอธิบายถึงข้อเสียของการยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นบ้างนะครับ
     


       ข้อเสียของการยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นเวลาจอดรถเป็นประจำนั้น จะส่งผลเสียต่อสปริง ทำให้สปริงล้าและส่งผลให้ยางปัดน้ำฝนไม่แนบกับกระจกตลอดความยาวได้ รวมทั้งแกนหมุนมอเตอร์ก็จะต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติด้วย ผลคือแรงกดบนกระจกบังลมลดลง อาจทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมการปัดน้ำฝนลดลง ซึ่งหากเปรียบเทียบกันระหว่าง ราคาเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝน จะสูงกว่าราคายางปัดน้ำฝนมากเลยทีเดียว



      ส่วนสาเหตุที่ยางปัดน้ำฝนเสื่อมเร็วกว่าปกติ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากความร้อน แต่มาจากการใช้งานและการดูแลรักษามากกว่าเมื่อจอดรถไว้ที่ไหนนาน ๆ ก่อนใช้รถ ควรยกก้านปัดมาดูสักหน่อยว่ามีฝุ่นทรายกองติดอยู่หรือไม่ถ้ามี ให้ปัด ๆ หรือเป่า ๆ ออก การปัดไปบัดน้ำฝนโดยที่มีเศษฝุ่นทรายอยู่ ยางปัดจะบิ่นเร็ว และกระจกรถก็อาจเสียหายได้ หากกระจกรถมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย แผลตื้น ๆ ให้ใช้ยาสีฟัน หรือ บลาสโซ่ขัดเงาทองเหลือง มาทาบริเวณที่เป็นรอย แล้วใช้ผ้าแห้ง  สะอาด ๆ เช็ด บ่อย ๆ รอยจะค่อย ๆ จางลงได้ครับ แต่ถ้ารอยลึกก็คงซ่อมด้วยการเอาไปขัด แต่การขัดกระจกก็จะทำให้พื้นผิวกระจกบางลง อาจส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ควรเปลี่ยนกระจกใหม่เลยจะดีกว่านะครับ



      วิธีการดูแลรักษาก้านและยางปัดน้ำฝนสามารถทำได้ง่ายๆ โดยยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นและใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาด(ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาเช็ดนะครับ เพราะน้ำยาบางชนิดอาจทำให้เนื้อยางเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าปกติ) เช็ดรูดไปตามความยาวของยางปัดน้ำฝนในทิศทางเดียว หากอาจพบคราบสีดำเหนียว ไม่ต้องตกใจ เพราะนั่นคือละอองน้ำมันไอเสียรถยนต์ของรถคันอื่นที่ลอยมาเกาะ สามารถเช็ดออกได้ และหากพบร่องรอยการฉีกขาดหรือแข็งกรอบ อย่ารีรอที่จะเปลี่ยนชุดใหม่ เพราะนอกจากจะปัดไม่สะอาดแล้ว ยังทำให้เกิดเสียงดังและสะดุดขณะปัด หรืออาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนกระจกได้อีกด้วย

       ด้านกระจกรถ ควรทำความสะอาดสม่ำเสมอ อย่าให้ติดคราบสกปรก เพราะนอกจากจะทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดีแล้ว ก็จะทำให้ทั้งยางปัดและกระจกเสียหายได้ การลงน้ำยาเคลือบกระจกไว้เสมอก็จะช่วยในการทำความสะอาดและเคลือบให้กระจก ลื่น ภาระของยางใบปัดก็จะน้อยลง ( น้ำยาเคลือบกระจกบางประเภท จะกัดสีตัวถังรถได้นะครับ เวลาใช้ระวังอย่าให้น้ำยาเคลือบกระจกโดนตัวถัง หลีกเลี่ยงน้ำยาแบบสเปรครับ )
       
         สุดท้ายนี้อายุการใช้งานของยางปัดน้ำฝนโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน-1 ปี(ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและคุณภาพ) โดยส่วนมากก็จะแนะนำให้เปลี่ยนทุกปีจะเป็นการดีครับและถ้าหากเกิดเสียงดังเวลาปัดน้ำฝน ไม่ควรรีรอที่จะเปลี่ยนยางใหม่ เพราะจะทำให้วิสัยทัศน์ในการมองน้อยลงซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายด้วยนะครับ


 O:-) O:-) O:-) O:-) O:-) O:-) O:-) O:-)

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ และรูปภาพประกอบจากเวบไซต์
Fast2Car
autoletparts.blogspot.com
และ www.thaimazda2.com
thaisaeree.com

3
          ซึ่งคงต้องยอมรับกันหละครับว่าทุกวันนี้รถสีขาวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบรรดาหลายๆ สี บวกกับเห็นเพื่อนๆ ในคลับออกรถสีขาวกันเยอะพอสมควร ผมก็เลยหยิบบทความดีๆ จากเวบไซต์ Kapook มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันถึงวิธีการดูแลรถสีขาว ให้ขาวจั๊วน่าเจี๊ยอยู่เสมอมากฝากครับ



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ดูเหมือนว่าเทรนด์รถสีขาวกำลังมาแรงในช่วงนี้ เพราะเมื่ออยู่บนถนนหันไปทางไหนก็พบเจอรถสีขาวอยู่เนือง ๆ เพราะด้วยความสวยที่ถูกใจหลาย ๆ ท่าน ดูสะอาดตา เป็นรอยก็จะไม่เด่น อีกทั้งเป็นสีสว่างที่เมื่อขับรถตอนกลางแล้วจะสังเกตุเห็นได้ง่ายที่สุด จนค่ายรถทั้งหลายจะบวกราคาพิเศษสำหรับรถสีขาว

          แต่ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ข้อดีอย่างเดียว เพราะรถสีขาวนั้นดูแลยากเป็นพิเศษ ดูหมองได้ง่าย และควรความสะอาดบ่อยกว่าสีอื่นสักเล็กน้อย (ยกเว้นสีดำที่ต้องทำความสะอาดมากกว่า) กระปุกคาร์จึงนำวิธีดูแลรถสีขาวมาบอกต่อ ว่าควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้างและต้องดูแลอย่างไร

การจอดรถตากแดด

           การจอดรถตากแดด เพราะแดดจะทำให้สีรถนั้นเสื่อมสภาพเร็ว ในความจริงแล้วทุกสีก็มีการเสื่อมสภาพเหมือน ๆ กัน เพียงแต่สีขาวนั้นเป็นสีอ่อนที่สุดเมื่อเกิดการเสื่อมสภาพจึงเห็นว่ารถเหลืองได้ชัดเจน



ฉีดน้ำไล่ฝุน

           การล้างรถควรใช้วิธีฉีดน้ำไล่ฝุนหรือเศษทรายออกก่อน และควรใช้ผ้าเช็ดไปทางเดียวกันเสมอ ป้องกันรอยขนแมวได้ง่าย (ข้อนี้ใช้ได้กับทุกสี)



ดินน้ำมันล้างรถ

           ต้องหมั่นลูบดินน้ำมัน เพราะยิ่งสะอาดลึกเท่าไหร่ ความเงางามของสีขาวก็จะเปล่งออกมา



แวกซ์

           ควรหมั่นใช้คลีนเนอร์และลงแวกซ์อย่างน้อยเดือนละครั้งเลือกใช้น้ำยาเคลือบหรือแวกซ์สำหรับรถสีขาวโดยเฉพาะถ้าในยี่ห้อที่คุณใช้ประจำไม่มีก็เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับสีอ่อนแทนได้ยี่ห้อที่ขอแนะนำได้แก่ Dodo Juice Light Fantastic, Dodo Juice Diamond White, Swissvax Glacier, Zymol CREAME และ WERKSTAT ACRYLIC KIT สุดท้ายก็เข้าร้านขัด-เคลือบอย่างน้อยปีละครั้งจะช่วยให้สีรถเหลืองช้าลง (ข้อนี้ถือเรื่องสำคัญสำหรับรถสีขาว)

          เพียงเท่านี้ก็สามารถรักษาความขาวของรถให้อยู่กับเรานานขึ้น แต่ทำใจไว้หน่อยว่าสุดท้ายรถสีขาวของเราก็ต้องกลายเป็นขาวอมเหลืองอยู่ดีไปตามกาลเวลาและอายุไขของสี อีกเรื่องที่ต้องระวังคือเมื่อขับรถไปเฉี่ยวชนหรือเป็นรอยถลอก หรือมีอุบัติเหตุที่ต้องทำสีใหม่ มักจะขาวไม่สม่ำเสมอกับสีรถครับ


วิธีดูแลเพิ่มเติม จากคุณ Jasmine@2014



1. ไม้ปัดขนไก่ อันนี้ของต้องห้าม โดยมากแล้วเรามักเผชิญกับปัญหาเรื่องฝุ่นอยู่เสมอไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัด และคนจำนวนไม่น้อยมักจะนำไม้ปัดขนไก่ที่มีขายอยูทั่วไปมาปัดเช็ดฝุ่นออก ด้วยความเข้าใจที่มีตั้งแต่ดั้งเดิมซึ่งไม้ปัดดังกล่าวใช้ในการทำความสะอาดบ้าน
ความจริงแล้วแล้วไม้ปัดขนไก่อาจจะเป็นทางออกที่ดีเพราะสามารถขจัดฝุ่นได้ดีและรวดเร็ว แต่ทราบหรือไม่ว่า ขนไก่เมื่อรวมกับฝุ่นที่บ้างอาจเป็นเม็ดทราบสามารถทำให้เกิดริ้วรอยไว้ที่ชั้นแล็คเกอร์ ซึ่งทำให้รถของท่านเป็นรอยขนแมวและยากที่จะขัดออก

2. ล้างรถจำไว้ น้ำเปล่าฉีดแล้วต้องลูบ คนส่วนใหญ่มักรู้ว่าการล้างรถน้นเราต้องลงน้ำเปล่าก่อนเพื่อขจัดคราบสกปรก ทว่าความจริงแล้วนอกจากการฉีดชะเอาคราบโคลนต่างๆหลุดไปแล้ว เราควรที่จะเปิดน้ำเบาๆแล้วลูบด้วยมือให้ทั่วคันเพื่อขัดฝุ่นออกจากสีก่อน ทำให้ลดการเกิดรอย ก่อนลงฟองน้ำและน้ำยาล้างรถจริง 

3.ผงซักฟอก-น้ำยาล้างจาน...เลิกใช้มาล้างรถ!!   หลายคนมักมีความขี้เกียจผสานความประหยัด เมื่อประกอบกับความเคยชินที่เรามักใช้สารทำความสะอาดอื่นๆอย่างผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน ทำให้เรามักคิดว่ามันสามารถเอามาล้างรถได้นั้น นับว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันอย่างมาก และแม้เวลาผ่านไปเราก็ยังเห็นพฤติกรรมเช่นนี้เป็นประจำ ที่บางคนทำสืบทอดต่อกันมา  แม้การล้างรถคือการทำความสะอาดรถยนต์เหมือนๆกับจานหรือเสื้อผ้า แต่สิ่งที่แตกต่างนั้นคือเราต้องการล้างรถเพื่อให้เงางาม ไม่ใช่ให้สะอาด ซึ่งการที่เรานำน้ำยาล้างจานหรือฝงซักฟอกผสมน้ำมาล้างรถนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากสารทำความสะอาดทั้ง 2 ชนิดนั้นล้วนต้องการขจัดคราบอย่างเข้มข้น ซึ่งเมื่อเรานำมาล้างรถจะทำให้เกิดการชะล้างในส่วนของ WAX เคลือบชั้นแล็คเกอร์ออกไป ซึ่งทำให้สีรถจะดูหมองไม่เงาเงาม และในอนาคตยังอาจทำให้ชั้นแล็คเกอร์เสื่อมสภาพไวอีกด้วย 

4.เสื้อผ้าเก่าๆ...อย่านำมาเช็ดแห้ง หลายคนมักนำเสื้อผ้ามาใช้ในการเช็ดแห้งรถยนต์ด้วยความเข้าใจว่า มันจะสามารถซับน้ำได้เหมือนกัน ทั้งที่จริงๆแล้ว ผ้าถึงจะทำหน้าที่ได้เหมือนกัน แต่ให้ความแตกต่างที่สามารถทิ้งรอยไว้หลังเช็ดเสร็จ ซึ่งในความจริงอย่างแย่สุดคุณควรหาซื้อผ้าสำลี หรือมีงบก็ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ แต่กระนั้นเสื้อผ้าเก่าๆ โดยเฉพาะผ้า cotton ก็ยังเหมาะที่จะนำมาใช้เช็ดทำความความสะอาดกระจกอยู่ดี 

      ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสีรถขั้นพื้นฐานที่หลายคนมองข้าม บ้างก็ไม่ใส่ใจเพราะว่าใช้บริการร้านล้างรถ ทว่าแม้ร้านล้างรถจะมีบริการที่ดีแต่เราก็ควรที่จะล้างรถเองดุบ้างที่ทั้งประหยัด สนุก และยังเป้นการตรวจสอบรถไปด้วยในตัวด้วย

ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา มีหลายข้อที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการล้างรถด้วยซันไลต์นี่เจอบ่อยมาก ที่เราอยากจะบอกว่ามันไม่กัดสีแต่กัดแว๊กซ์ คุณคงถามว่ามันกัดได้ยังไงก็ตอบง่ายคือน้ำมะนาวมีส่วนเป็นกรดแม้การใช้งานจริงเราจะนำมันมาผสมน้ำแต่คุณสมบัติแบบนี้ก็ยังมีอยู่ดี ..และเราไม่แนะนำอย่างแรง!!! ในการนำมาล้างรถ

------------------------------------------------------
ขอขอบคุณสำหรับบทความดีๆ จากเวบไซต์
Credit : www.kapook.com
***แก้ไขรูปเนื่องจากไม่สามารถแสดงผลบน web site ได้อย่างถูกต้องครับ

4
รับรถมาเดือนนึงได้แล้ว บวกกับของที่สั่งมาครบเลยเพิ่งได้จัดเต็ม เอารูปมาฝากครับ
ล้างตั้งแต่ 10 โมงเช้า เสร็จ 4 โมงเย็นครับ ฮาๆ ใช้หมดทั้ง 10 ขวดเลย เหนื่อยแต่ก็เพลินดีครับ


อันนี้เซ็ต CG ที่ผมใช้ครับ



5
พอดีผมนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับรถเล่นๆ บังเอิญไปเจอบทความดีๆ จากเว็บไซต์
รถกระบะมือสอง.blogspot.com เกี่ยวกับเรื่องแอร์รถยนต์เลยอยากนำมาให้เพื่อนๆ ชาวนิวอัลติสคลับอ่านกันครับ

วิธีการดูแลรักษาแอร์รถยนต์
แอร์รถยนต์ - บทความเกี่ยวกับวิธีการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศในรถยนต์ รถยนต์ประกอบด้วยส่วนประกอบหลายอย่าง ระบบปรับอากาศหรือแอร์ คืออุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างหนึ่งในรถยนต์เพื่อสร้างความเย็นและระบายอากาศภายในตัวรถ การใช้งานที่ถูกต้องและการดูแลรักษาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อยืดอายุการใช้งาน เนื่องจากระบบปรับอากาศในรถยนต์ย่อมสึกหรอไปตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะสองส่วนหลักคือ คอมเพรสเซอร์และพัดลมในคอล์ยเย็น


วิธีดูแลแอร์รถยนต์
การดูแลและบำรุงรักษาแอร์รถยนต์เบื้องต้นสำหรับผู้ใช้รถ มีดังนี้

เริ่มใช้
เมื่อเปิดแอร์ตอนแรก หรือ เครื่องยังเย็นอยู่ไม่ควรเปิดแอร์จนสุด เพราะควรให้คอมแอร์ได้วอร์มสักพักก่อนซัก 5 นาที กล่าวคือ ควรสตาร์ทเครื่องยนต์และให้เครื่องยนต์ถึงอุณหภูมิทำงาน (พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำทำงาน) ก่อนจึงเปิดสวิตซ์ระบบปรับอากาศ

การตั้งอุณหภูมิ
ไม่ตั้งอุณหภูมิให้เย็นเกินไปเพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานอยู่ตลอดเวลา

สวิตซ์พัดลม
เปิดสวิตซ์พัดลมก่อนแล้วจึงกดสวิตซ์ระบบปรับอากาศ (A/C) เปิดไปที่ความเร็วพัดลมสูงสุดระยะหนึ่งก่อน แล้วจึงลดลงไปยังความเร็วน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

คอล์ยเย็น
หลีกเลี่ยงการใช้ น้ำหอม หรือ สเปรย์ปรับอากาศ เพราะไอระเหยของสารเคมีที่ใช้จะถูกดูดเข้าไปสะสมตัวที่ครีบเล็กๆ ของคอล์ยเย็น สารเหล่านี้มีคุณสมบัติในการดูดความชื้น ทำให้ฝุ่นผงไปจับตัวที่ครีบระบายความเย็น ความสามารถในการถ่ายเทความร้อนจะลดลง คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานมากขึ้น ให้ศูนย์บริการทำความสะอาดคอล์ยเย็นเป็นครั้งคราวเมื่อรู้สึกว่า ประสิทธิ์ภาพในการทำความเย็นของระบบปรับอากาศลดลง 

หลังการใช้รถประจำวัน
ก่อนถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 15 นาที ปิดสวิตซ์ระบบปรับอากาศ (A/C) เปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุด ทั้งนี้เพื่อลดการทำงานคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น

ถ้าบำรุงรักษาด้วยวิธีปฏิบัติง่ายๆ ดังกล่าวเป็นประจำ อายุการใช้งานของระบบปรับอากาศในรถยนต์ก็จะยืนยาวขึ้น



ข้อแนะนำในการดูแลรักษาแอร์รถยนต์เพิ่มเติม

1.ไม่ควรนำน้ำหอมชนิดที่เป็นแบบมีแอลกอฮอลเป็นส่วนประกอบ ไปเสียบไว้หน้าช่องแอร์ เพราะจะทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้น

2.เมื่อนำรถจอดตากแดดเป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์ออกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำยาแอร์ (เปิดสวิตซ์ A/C)

3. ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดข้ามคืน ควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจากอลูมิเนียม จะเกิดการผุกร่อนได้ง่าย และจะทำให้ตู้แอร์ลดการเหม็นอับอีกด้วย

4. จงจำไว้เสมอว่า ระบบแอร์ เป็น "ระบบปิด" ดังนั้นเมื่อรถคุณเติมน้ำยาแอร์บ่อยๆ แสดงว่าเกิดการรั่วของระบบแอร์ในรถของคุณแล้ว

5. ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อย เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอก เข้ามาอุดตันในตู้แอร์ได้เร็วยิ่งขึ้น

6. เมื่อแอร์ไม่เย็น(กรณีเปิดน้ำยาแอร์แล้ว,เปิดสวิตซ์ A/C แล้ว) แต่ยังไม่เย็น ให้รีบปิด น้ำยาแอร์หรือ สวิตซ์ A/C ทันที เพราะอย่างน้อยๆ ถ้าเกิดการรั่วในระบบ น้ำยาแอร์และน้ำมันคอมเพรสเซอร์จะมีน้อยมากในระบบ จะทำให้คอมเพรสเซอร์พังมากขึ้นกว่าเดิม แล้วควรนำรถไปเช็คให้เร็วที่สุด แต่กรณีนี้ใช้ลมเปล่าก่อนก็ได้

7. ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี หรือถ้าใครเปิดกระจกขับรถบ่อย ให้ล้างทุกๆ ปี หรือตามเห็นสมควร

8. เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์น้อยที่สุด

สำหรับบทความนี้คงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกท่าน การดูแลรักษาระบบแอร์รถยนต์อย่างถูกวิธีช่วยยืดอายุการใช้นานและช่วยประหยัดเงินค่าซ่อมบำรุงได้อีกด้วย

ที่มาเพิ่มเติม
www.ohomylife.com
www.almerachiangmai.com

ขอขอบคุณ
เครดิต : รถกระบะมือสอง.blogspot.com

6
ถ้าตัวรถเป็นสีขาวมุกควรติดฟิล์มสีไหนถึงจะเข้ากันครับ
ผมเลือกไว้เป็น Lamina APL50NSRPS สีควันบุหรี่ หน้า 40 รอบคัน 60 เวิร์คไหมครับ

7
ปิดรับแล้วครับ จองเรียบร้อยแล้วครับ

หน้า: [1]