ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - sunday4june

หน้า: [1] 2
1
ช่วงนี้ ไม่ได้มีเวลาเข้ามาดูแลบอร์ด เท่าไรติดภาระกิจ จ้าเอาภาพสวยๆมาฝากกันชม :emo_108: ณ ตลาดน้ำ โยเดีย

2
 :)

เครดิตจาก http://www.phuthio.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7-14-3-19/_%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5.html

วันนี้เห็นลุงเดินมาถามน้าว่ารถเติมเบนซินแล้วจะเติมแก๊สโซฮอล์ผสมลงไปได้เลยหรือเปล่า หลายคนแถวนั้นบอกว่าให้มันหมดก่อนแล้วค่อยเติม ผมก็งงซิ

ผมก็เลยจะลองค้นหาข้อมูลดูว่ามันแตกต่างกันยังไงบ้าง จะได้ทราบว่าเราสามารถเอามาเติมผสมกันได้หรือไม่ และรถรุ่นใหม่ๆคงไม่มีปัญหาแต่สำหรับรถรุ่นเก่าเติมแก๊สโซฮอล์จะได้ไหม แต่ก็เกิดปัญหาใหญ่ซะแล้วเพราะข้อมูลในอินเตอร์เน็ตนั้นวกไปวนมาจนไม่รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จกันแน่วันนี้ก็เลยจะมาลองหาคำตอบกันครับ

วิธีเลือกเติมแก๊สโซฮอล์แทนเบนซินอย่างถูกวิธี

ข้อมูลน้ำมัน
เบนซิน 91               เบนซิน + สาร MTBE                                              มีค่าออกเทน 91
เบนซิน 95               เบนซิน + สาร MTBE                                              มีค่าออกเทน 95
แก๊สโซฮอล์ 91       เบนซินออกเทน 91 (90%)  + แอลกอฮอล์  (10%)  มีค่าออกเทน 91
แก๊สโซฮอล์ 95       เบนซินออกเทน 95 (90%)  + แอลกอฮอล์  (10%)  มีค่าออกเทน 95
แก๊สโซฮอล์ E20     เบนซินไร้สารตะกั่ว (80%)  + แอลกอฮอล์  (20%)
แก๊สโซฮอล์ E85     เบนซินไร้สารตะกั่ว (15%)  + แอลกอฮอล์  (85%)

หมายเหตุ: แอลกอฮอล์ (เอทานอล) ที่นำมาใช้ผสมจะใช้แอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ 99.5%

   หลังจากหาข้อมูลจากเว็บราชการหลายแห่งเพราะน่าเชื่อถือ จนในที่สุดก็น่าจะได้ตัวพระเอกของงานแล้วคือ "ค่าออกเทน" มันเป็นสิ่งที่จะนำเราไปสูงคำตอบของหลายๆปัญหาของเรา และก่อนอื่นเรามารู้จักกับ "ค่าออกเทน" เสียก่อน

ค่าออกเทน

   เป็นตัวเลขที่บอกถึงความสามารถในการต้านทานการน็อก (Antiknock Quality) ของน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน

ค่าออกเทนนำไปสู่การเลือกใช้น้ำมัน

เครื่องยนต์สำหรับใช้ออกเทน 91 แต่ไปใช้ ออกเทน 95

   ถ้าใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูงกว่ามาตรฐานของเครื่องยนต์นั้น จะทำให้รถอืดลงเล็กน้อย ซึ่งผลนั้นออกมาตรงข้ามกับผู้ที่คิดว่าจะทำให้เครื่องยนต์แรงขึ้น และยังทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงมากขึ้นโดยไม่จำเป็นเพราะค่าออกเทนที่สูงเกินกว่ามาตรฐานจะทำให้มีการเผาไหม้ช้ากว่า หมดจดกว่า แต่ไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้นแต่อย่างใด

เครื่องยนต์สำหรับใช้ออกเทน 95 แต่ไปใช้ ออกเทน 91 หรือต่ำกว่า

   ถ้าใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนต่ำกว่ามาตรฐานของเครื่องยนต์นั้น จะทำให้เกิดปัญหาเครื่องยนต์เดินสะดุด หรือเกิดการน็อคได้ เนื่องจากค่าออกเทนที่ต่ำจะมีการเผาไหม้เร็วกว่า เมื่อนำไปใช้กับเครื่องยนต์ที่มีค่ามาตรฐานสำหรับเชื้อเพลิงค่าออกเทนสูง จะทำให้เชื้อเพลิงที่ใช้เผาไหม้หมดไปก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนตัวไปถึงจุดสูงสุด เมื่อเชื้อเพลิงถูกเผาไหม้หมดเร็วเกินไป ลูกสูบจะเคลื่อนตัวสวนกลับลงมาก่อนที่จะขึ้นไปสุดจึงทำให้เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ

   ควรใช้เชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนเหมาะสมกับค่ามาตรฐานเครื่องยนต์ แต่อีกวิธี คือ การปรับตั้งองศาการจุดระเบิดใหม่ รถยนต์ใหม่ๆบางรุ่น จะมีอุปกรณ์เซ็นเซอร์คอยตรวจจับอาการน็อคและป้องกันการน็อค โดยให้เครื่องยนต์มีการปรับองศาการจุดระเบิดให้โดยอัตโนมัติ

แก๊สโซฮอล์ดีผิดหรือไม่

1.สาร MTBE นั้นมันเป็นมลพิษต่อธรรมชาติเลยทำให้หลายประเทศเริ่มออกกฏและลดการใช้สาร MTBE มีการใช้สารอื่นมาผสมแทนและทำให้มีการพัฒนา แก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งถูกผลิตออกมาเพื่อใช้แทนน้ำมันเบนซิน 91 และ แก๊สโซฮอล์ 95 ถูกผลิตออกมาเพื่อใช้แทนน้ำมันเบนซิน 95 นั้นเอง

2.แก๊สโซฮอล์ ประหยัด เพราะส่วนผสมแอลกอฮอล์ (เอทานอล) เราผลิตได้เองภายในประเทศ ส่วนสาร MTBE นั้นเราจะต้องน้ำเข้าจากต่างประเทศ เลยทำให้ราคาแก๊สโซฮอล์ถูกกว่า

  แก๊สโซฮอล์ 91 ถูกผลิตออกมาให้ใช้แทนเบนซิน 91 ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 ถูกผลิตออกมาให้ใช้แทนเบนซิน 95 เพราะว่าจะมีค่าออกเทนเท่ากัน จึงนำมาใช้แทนกันได้

 

สรุปข้อมูลที่ได้รับมาครับ

ถ้าเครื่องใช้น้ำมันเบนซินแล้วจะเปลี่ยนไปใช้แก๊สโซฮอล์ได้ไหม?

   เครื่องยนต์เบนซินระบบหัวฉีดสามาถเติมน้ำมันเบนซินได้เลย เพราะเขาผลิดแก๊สโซฮอล์ออกมาเพื่อใช้แทนเบนซิน แต่ต้องดูที่ค่าออกเทนของเครื่องยนต์ด้วย เพื่อให้สามารถเลือกใช้น้ำมันได้เหมาะสมกับเครื่องยนต์

ถ้าเครื่องใช้น้ำมันเบนซินแล้วจะเลือกเปลี่ยนไปใช้แก๊สโซฮอล์ตัวไหนดี ?

   ถ้าเครื่องใช้เบนซิน 91 ก็ควรใช้ แก๊สโซฮอล์ 91

   ถ้าเครื่องใช้เบนซิน 95 ก็ควรใช้ แก๊สโซฮอล์ 95

   เครื่องใช้เบนซิน 91 นี้ไม่ใช่ว่าเคยเติมนะครับฮ่าๆ หมายถึงในคู่มือหรือใกล้ช่องเติมน้ำมันเขาจะบอกมาว่าเครื่องยนต์เหมาะเติมน้ำมันอะไร เพราะเครื่องยนต์จะถูกออกแบบมาให้ใช้น้ำมันที่ค่าออกเทนแตกต่างกัน ถ้าใช้ผิด ก็อาจเปลืองเงิน หรือเครื่องยนต์เกิดการสะดุด หรือเกิดการน็อคได้

ถ้าใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์สลับกับน้ำมันเบนซินได้หรือไม่?

   สลับไปสลับมาได้ครับ โดยไม่ต้องรอน้ำมันที่ใช้อยู่หมดถัง แต่ควรใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนใกล้เคียงกัน เพราะว่าจะมีผลกับเครื่องยนต์ น้ำมันที่ควรใช้สลับกัน เช่น

   เบนซิน 91 สลับกับ แก๊สโซฮอล์ 91 (มีค่าออกเทนเท่ากันคือ 91 )

   เบนซิน 95 สลับกับ แก๊สโซฮอล์ 95 (มีค่าออกเทนเท่ากันคือ 95 )

รถรุ่นเก่าเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ไหม?

   เครื่องยนต์เบนซินระบบหัวฉีดสามาถเติมน้ำมันเบนซินได้เลยโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์

รถรุ่นเก่าเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ไหม

อันนี้ตั้งใจวาดแล้วนะ

หมายเหตุ: น้ำมันในปั้มที่ไม่มีมาตราฐานบางแห่งอาจจะมีค่าออกเทนต่ำกว่าค่าในน้ำมาตราฐานก็ควรระวังเรื่องนี้ด้วยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก :

สำนักน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน

3
http://www.paiduaykan.com/76_province/central/saraburi/sunflower.html


รายละเอียดตามลิ้งค์นะคะ แต่ที่ไปเที่ยวมาตามรูป

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ฤดูกาลท่องเที่ยว ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี  ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็น อย่างมากจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด และในทุกปีจังหวัดสระบุรี จะจัด เทศกาลทุ่งทาน ตะวันบาน ในทุกปี สลับหมุนเวียนไปในแต่ละอำเภอ / พื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชื่นชม และถ่ายภาพ เป็นที่ระลึก ตลอดจนการ ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกดอกทานตะวัน การนำเอาผลผลิตจาก เมล็ดทานตะวันไป ใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภครวมทั้งการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เมล็ดทานตะวันคั่วสด ๆ จากไร่ หรือหาซื้อน้ำผึ้งทานตะวันเป็นของฝากจังหวัดสระบุรีมีพื้นที่ปลูกทานตะวันนับหลายหมื่นไร่ บริเวณเขตติดต่อ ระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก รวมทั้งในอีก หลายอำเภอของสระบุรี เช่น อำเภอพระพุทธบาทแก่งคอย หนองโดน หนองแคและมวกเหล็ก แต่ที่อำเภอ วังม่วงจะมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด


4
 :)วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี อยู่ภายในมณฑปสองยอดบนไหล่ภูเขา  เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย(เงาพระพุทธเจ้า)คือเงาเลือนลางที่เป็นรอยประทับอยู่ที่หน้าผา เชิงเขา บริเวณวัดพระพุทธฉาย มีลักษณะคล้าย พระพุทธรูปยืน สันนิษฐานว่าค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา ตำนานพระพุทธฉายโดยย่อ พระพุทธเจ้าเสด็จมา ที่เขาฆาฏกะ(เขาพระพุทธฉาย)เพื่อโปรดนายพรานฆาฏกะจนสำเร็จพระอรหันต์ ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จกลับ พระฆาฏกะได้ทูลขอให้ ประทานสิ่งอันเป็นอนุสรณ์ เพื่อสักการะกราบไหว้ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพุทธปาฏิหาริย์ให้เงาของพระองค์ติดอยู่ในเนื้อหิน ที่เงื้อมเขาพระพุทธฉายบรรพต ในบริเวณใกล้เคียงมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา มณฑปหลังนี้สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระเจ้าเสือ และมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อัญเชิญมาจากลังกา ทุกปีจะมีงานนมัสการพระพุทธฉาย พร้อมกับงานนมัสการรอย พระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี

5
ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ เผื่อใครหาไม่เจอ คลิกไปเลย :emo_108:

http://www.newaltisclubthailand.com/index.php?topic=347.0

6
 :)

เทคนิค และ หลักสำคัญคือ กุญเอาสำหรับตอนนี้ท่านที่ใช้กุญแจสตาร์ทเครื่องก่อนนะ

การตั้งค่าและการยกเลิกฟังก์ชั่น

อ่านคู่มือแล้วมาอธิบายแบบบ้านๆใหม่ได้ความว่า

ท่านที่ไม่ได้ใช้กุญแจแบบสมาร์ทเอนทรีให้ทำดังต่อไปนี้

1.ปิดประตูทุกบานให้สนิท
2.บิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง on ที่พร้อมจะสตาร์ทเครื่อง
3.แล้วจากนั้นมีเวลาให้ท่าน 20 วินาทีในการดำเนินการ

---ถ้าต้องการให้ระบบล็อค เกี่ยวพันกับตำแหน่งเกียร์ P ให้เลื่อนเกียร์ไปที่ P
----ต่อมาก็ กดปุ่ม ล็อคประตู ด้านคนขับค้างไว้ 5 วินาที

-สิ่งที่ได้ก็คือ เมื่อใช้งาน แล้วท่านเลื่อนเกียร์ออกจากตำแหน่ง P ประตูทุกบานจะล็อคให้ทันที ก็เวลาใช้งานจริง เมื่อจะออกรถเราก็จะล็อคประตูทุกบานอยู่แล้วแต่ตั้งค่านี้ เลื่อนออกจากตำแหน่งเมื่อไร มันจะล็อคให้ เองอัตโนมัติ นี่จบการเชื่อมกับตำแหน่ง P

++หมายเหตุ เมื่อกำลังตั้งค่า กดปุ่มล็อค ค้างไว้ เมื่อปล่อย ถ้าระบบตอบรับการตั้งค่า มันก็จะ ทำการ ปิด เปิด ล็อคเอง 1 ครั้ง เพื่อเป็นสัญญาณตอบรับ

=สะดวกตรงที่ว่า เข้าจอด ท่านเข้าเกียร์ P มันจะปลดล็อคให้
เมื่ออจะออกรถ ปลดเกียร์ P เลื่อนลงมาเกียร์อื่นๆ มันก็จะล็อคให้

แต่อาจจะไม่ดีสำหรับท่านที่ชอบใช้เกียร์เวลาติดไฟแดง แล้วชอบใช้เกียร์ P มันก็จะปลดให้เหมือนกัน แต่ที่ถูกเวลาติดไฟแดง ถ้านานๆ เกิน นาที ควรเข้าเกียร์ว่าง แล้วดึงเบรคมือหรือ เหยียบเบรคไว้มากกว่า ติดไม่นานก็ เกียร์ขับเคลื่อน D แล้วเหยียบเบรคไว้

ถ้าต้องการยกเลิกก็ ทำแบบเดิมแต่รอบนี้กดค้างที่ตำแหน่ง ปลดล็อคประตูรูปกุญแจ ด้านคนขับ

ส่วน เกียร์ N ก็เหมือนกัน  ถ้ากดค้างปุ่มลูกกุญแจ ล็อคก็จะเปิดการทำงานตำแหน่งล็อคกับคามเร็วรถยนต์เมื่อเกิน 20 กม ต่อ ชม.

ถ้ากดค้าง ก็จะ เป็นการเชื่อมต่อ เข้ากับประตูคนขับ

เพิ่มเติมอ่านคู่มือหน้า 111 ค่ะ

7
 :) วังช้าง ค่านั่งช้างก็ 7นาทีต่อคน 100 บาท ถ้า ครึ่ง ชม.200 ต่อคน

แนะนำดังนี้ค่ะ

นั่งเจ็ดนาทีพอไม่ต้องอยากเก็บทุกช็อตค่ะ มัน ออฟโรดจริงๆเจ้าช้างเนี่ย ยังกับจะเมารถเลยทั้งที่ขี่ช้าง และ รองเท้าระวังหลุดระหว่างนั่ง ทำไงก็ได้อย่าให้มันหลุด โดยเฉพาะชอบใส่รองเท้าแตะสบายๆน่ะละ เดี๋ยวหล่นไปหยุดเก็บจะแย่ไปใหญ่ ควานช้างคงไม่ให้ช้างเอางวงไปเก็บอีแตะให้เป็นแน่


อาหารสำหรับช้าง (ห้าสิบบาท หนึ่งตระกร้า)

มีตากล้องคอยแอบถ่ายให้เราด้วยนะอย่าลืม  แล้วจะเอาไม่เอาเรื่องของเรา เล็กสุด 160 บาทต่อรูป


อาหารการกินไปหาเอาตาม ร้านอาหาร ริมน้ำได้บรรยากาศกว่าจ๊ะไม่ก็ให้แม่บ้านทำใส่ปิ่นโตไปก็จะดีมากประหยัดไปอีกแบบ ปูเสือเลย ครอบครัว ช้างไม่แย่งแน่ มันไม่ทานข้าวค่ะ ทานแต่ อาหารแพงๆของมันเอง


8
 :emo_108:

อัตราสิ้นเปลือง ในห้วงความเร็วตามภาพนี้ ถ้าเท้าเบามันก็จะค้างอยู่ค่านี้ได้ค่ะ จะตกลงเรื่อยๆเมื่อ ความเร็วเปลี่ยนไป เร็วขึ้น หรือ เบาลง ดังนั้นจะให้ประหยัดได้อย่างนี้ ตลอดคงไม่ได้ อยู่ที่จังหวะการขับขี่


พยามให้ ความเร็วเฉลี่ยตลอดการเดินทาง ได้ที่เท่านี้เรื่อยๆ ก็เป็นใช้ได้ ไม่ว่า อีโค่ คาร์ราคาประหยัด เครื่องยนต์ประหยัด เล็กสักเพียงใด อย่างที่ได้กล่าวค่ะ พอความเร็วเปลี่ยนจากนี้ค่าก็เปลี่ยน ดังนั้น

แซงเสร็จ ก็ปล่อยลงมาที่ความเร็วนี้

หรือ หาเส้นทางที่ใช้ความเร็วสม่ำเสมอได้ เช่น อาจจะวิ่งเลนส์กลางไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบคันหน้าช้าก็ค่อยกดแซง

หรือ วิ่งกลางไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อนมาก ถ้าไม่ติดธุระจริงๆ ก็จะได้ประมาณนี้

การเติม E20 กับ โซฮอล 91 นั้น อัตราสิ้นเปลืองก็ต่างกันต่อ กม. ต่อลิตร E20 ใน กิโลเมตรที่เท่ากับ จะต้องใช้จำนวนลิตรมากกว่า 91

และ E85 ก็ต้องใช้จำนวนน้ำมันมากกว่า 91 ใน ระยะทางเท่ากันไว้จะมาเสริมวันหลังนะ พ่อบ้านค้นคว้ามาเท่านั้นแล้วก็มาตรวจน้ำมันรถกันว่ามันวิ่งได้แค่ไหนอย่างไร

 :emo_103:

9
 :emo_112:

ตามลิ้งค์ก่อนเน้อ http://auto.sanook.com/5898/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2/


ตามอ้างถึงด้านบน

 ตาม พรบ.จราจร มาตรา 9 และกฎกระทรวงข้อ 11 กฎหมายกำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉิน เฉพาะกรณีรถเสียที่จอดอยู่กับที่เท่านั้น

     แต่ทุกวันนี้กลับพบผู้ใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินกันผิดๆ ได้แก่

     1. การใช้ไฟฉุกเฉินเพื่อข้ามสี่แยก บริเวณสี่แยกนั้น หากเปิดไฟฉุกเฉิน รถทางซ้ายและขวา จะเห็นไฟกระพริบเพียงมุมใดมุมหนึ่งเท่านั้น ทำให้นึกว่าคุณกำลังจะเลี้ยว จึงมิได้ชะลอความเร็วลง ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

      ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง  ชะลอความเร็วก่อนถึงแยก มองซ้ายขวาให้รอบคอบ ไม่จำเป็นต้องเปิดสัญญาณ

     2. ใช้ไฟฉุกเฉินเมื่อฝนตกหนัก เนื่องจากขณะเปิดไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยวจะไม่ทำงาน ทำให้รถที่ตามมา หรือ คันข้างๆ ไม่ทราบว่าเรากำลังจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ อีกทั้งยังเป็นการรบกวนสายตาผู้อื่น เกินความจำเป็นอีกด้วย นอกจากนั้น หากมีรถเสียขึ้นมาจริงๆ และรถคันอื่นใช้ไฟฉุกเฉินกันอย่างพร่ำเพรื่อ อาจทำให้คันที่ตามมาเข้าใจผิดว่า ข้างหน้ามีจราจรติดขัด ทำให้จอดตามๆกัน

     ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง  1.ใช้ความเร็วต่ำ และเปิดไฟหน้า 2.ไม่เปลี่ยนช่องทางหากไม่จำเป็น และไม่ขับรถชิดคันหน้าจนเกินไป 3.ไม่เปิดไฟสูง เพราะรบกวนสายตารถคันอื่นและตัวเองอีกด้วย 4.หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ส่องสว่างให้ใช้งานได้ปกติ

     หากรถของคุณติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ควรใช้งานเมื่อทัศนวิสัยแย่มากๆเท่านั้นนะครับ โดยสังเกตดูง่ายๆว่า หากคุณไม่สามารถมองเห็นไฟท้ายของรถคันหน้า หรือ ไฟหน้าของรถคันหลัง ในระยะ 50-100 เมตร ก็อาจเปิดไฟตัดหมอกได้ เพื่อให้รถคันอื่นเห็นคุณจากระยะไกลขึ้น และเมื่อทัศนะวิสัยดีขึ้น ควรปิดทันที เพื่อไม่ให้แยงสายตารถคันอื่นครับ

     เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัยขึ้นแล้วล่ะครับ

 

การเปิดไฟฉุกเฉิน ดูคลิปด้วยนะคลิกไป

http://www.youtube.com/watch?v=tsJnFYqUvcA

การใช้ไฟชนิดนี้ ในการข้ามสี่แยกไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้อง


10
https://www.youtube.com/watch?v=zknT7VW7BlI
คลิปนี้ขับเกียร์ออโต้อย่าประมาท

https://www.youtube.com/watch?v=r3alegzw0gQ


การใช้งานเกียร์ออโต้

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง

            ตั้งแต่มีรถเกียร์อัตโนมัติ มาขับในบ้านเรา นั้น  เรื่องหนึ่งที่มีการถกเถียงมากที่สุดในเรื่องของการขับขี่ คงจะไม่พ้นข้อคำถามที่ว่า ในระหว่างการขับขี่หากรถหยุดชั่วขณะหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สี่แยกไฟแดง เราควรจะปรับตำแหน่งเกียร์จาก  D  ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำ มาสู่ตำแหน่ง  N  หรือ เกียร์ว่าง ซึ่งจะความคล้ายคลึงกับการใช้งานในรถยนต์เกียร์ธรรมดา หรือไม่


                ข้อถกเถียงที่ไม่มีวันที่สิ้นสุดนี้ เป็นเหมือนเรื่องราวไก่กับไข่ ที่เถียงกันมายาวนาน ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็มีเหตุผลมาสนับสนุน และไม่เพียงแต่ในไทยเท่านั้นแต่ที่ต่างประเทศก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งเป็นข้อกังขากันมาอย่างยาวนาน จนแทบจะพูดว่านี่คือคำถามสุดคลาสสิคของเกียร์อัตโนมัติกันลยทีเดียว

                คำถามที่ชวนเถียงกันทะเลาะกันเปล่าๆนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าขำขัน เมื่อระบบเกียร์อัตโนมัติ ถูกผลิตขึ้นมาให้มีตำแหน่งเกียร์ที่สำคัญ คือ  P R ND  และ บ้างก็จะมีตำแหน่งเกียร์พิเศษขึ้นมาเพื่อสนองตอบต่อการใช้งานเช่น  D3  , 2 , และ 1 ซึ่งการมีตำแหน่ง N  ที่เท่ากับเกียร์ว่าง ทำให้หลายคนได้รับความเข้าใจมาแบบผิดว่า การเข้าตำแหน่งเกียร์จะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพมากกว่านี้ จะก่อให้เกิดผลต่อการทำงานของระบบเกียร์มากกว่า และวันนี้เรามี 3  เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนเกียร์มาตำแหน่ง  N  เมื่อมีโอกาส ตราบเท่าที่คุณมองว่าสมควร

 

1.       ปลอดภัยมากกว่า ทุกครั้งที่คุณเหยียบเบรกเข้าเกียร์  D  แม้รถจะหยุดนิ่ง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่มันจะทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในการจราจรติดขัด  ที่คุณอาจจะเผลอเรอได้เพียงแค่คุณผ่อนน้ำหนักที่แป้นเบรก นิดเดียว รถที่อยู่ในตำแหน่ง  D  ก็พร้อมที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าทันที ดังนั้น หากรถติดขัดสาหัสมากนานหลายนาที การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ มายัง  N  ย่อมจะทำให้คุณปลอดภัยมากกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

2.       เรื่องสึกหรอ จริงหรือเปล่าที่จะช่วย แม้จะไม่มีข้อพิสูจน์ที่ฟันธงกันไปเลยว่า การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ จากตำแหน่งเกียร์  D  ไป  N  จะมีผลต่อกระบวนการสึกหรอของชุดเกียร์มากน้อยเพียงใด แต่ข้อเท็จจริงทางด้านเทคนิคในรถยนต์เกียร์อัตโนมัตินั้น คือ ทุกครั้งที่คุณเข้าตำแหน่งเกียร์ขับเคลื่อน ตัวชุด  Torque Covertor จะถูกเชื่อมเข้ากับชุดฟลายวีลที่ด้านหลังเครื่องยนต์ 

หากแต่ที่รถไม่ขับเคลื่อนนั้น เพราะว่า มีแรงเบรกมากพอที่จะเอาชนะแรงบิดจากเครื่องยนต์ ซึ่งยังไม่มีแรงบิดมากนักที่กำลังเครื่องยนต์รอบเดินเบา ทำให้รถหยุดนิ่งกับที่ได้ ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่คุณเข้าเกียร์  D  แล้วเหยียบเบรกไว้ จะมีการใช้งานระบบเบรกอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะแรงจากเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถสร้างการเสื่อมสภาพให้กับเบรก ได้ในระยะยาวอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะชุดหม้อลมและท่อทางเดินน้ำมันที่จะรับแรงดันเป็นเวลานานๆ ต่อเนื่อง

 

เช่นเดียวกัน การคงตำแหน่งเกียร์ที่ D ในส่วนของตัวเกียร์เองก็ทำให้ชุด  Torque convertor  ถูกต่อติดกับเครื่องยนต์ตลอดเวลาและ ภายในเจ้าตัวแปลงกำลังเครื่องยนต์นี้ก็มีการหมุนเวียนน้ำมันเกียร์เช่นกัน ซึ่งจุดนี้เองที่ทำมีการถกเถียงกันว่าเกียร์จะเสื่อมสภาพถ้าค้างเป็นเวลานานๆ หรือไม่นั่นเอง

ประเด็นที่ถกเถียงกันในเรื่องนี้ ก็มาจากในระบบเกียร์เองมีการใช้แรงดันน้ำมันในการทำงานเช่นกันเพื่อปรับตำแหน่งเกียร์ที่เหมาะสม และมีแรงดันสูง ซึ่งอาจจะทำอันตรายต่อระบบถ้าเปลี่ยนไปๆมาๆ บ่อยครั้ง ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่า ถ้าน้ำมันมีการหมุนวนมากๆ โดยไม่เคลื่อนไหว อาจจะก่อให้เกิดความร้อนสะสม มากขึ้นในน้ำมัน และมันคือศัตรูที่สำคัญ ที่ทำให้ระบบเกียร์เสื่อมสมรรถนะเร็วขึ้นเช่นกัน  รวมถึงในส่วนของระบบคลัทช์ระหว่างเฟืองเกียร์ด้วย ที่จะพร้อมทำงานตลอดเวลา ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ว่าอย่างไรก็มีการเสื่อมสมรรถนะได้ทั้งสิ้น

**ดังนั้นในเรื่องนี้ถ้ามองแล้วต้องมาพบกันตรงกลาง คือถ้าคิดว่ารถติดเวลานานมาก สาหัสมากก็ให้เปลี่ยนตำแหน่งจาก  D  มา N  น่าจะดีกว่า และเช่นเดียวกัน ถ้าตัวเลขเวลารอที่สี่แยกไม่ได้นานอย่างที่คิด ก็คงค้างที่ตำแหน่งเดิมแล้วเหยียบเบรกเอาก็น่าจะดีกว่าเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของผู้ขับขี่

 

3.       เรื่องความประหยัด ประเด็นที่ถกเถียงกันมากถัดมานั้นก็คงไม่พ้นเรื่องของความประหยัดในการใช้น้ำมันของเครื่อง ระหว่างการเปลี่ยนตำแหน่งหรือไม่เปลี่ยน เรื่องนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับชุดเกียร์ แต่ก็อธิบายไม่ยาก และสามารถตอบได้จากเหตุผลข้อที่แล้วว่า ทุกครั้งที่เราเข้าเกียร์  D  เหยียบเบรกแล้วรถไม่เคลื่อนมาจากการกำลังเบรกต้านไว้ มันก็คือการที่เราสั่งรถเดินหน้าอยู่ตลอดเวลา

ทั้งที่ความจริงเราไม่ได้จะเดินหน้า ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ โดยตรงเพราะในรถบางรุ่นจะมีการปรับการทำงานเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อความสะดวกและให้กำลังของการออกตัว และมันหมายถึงการสิ้นเปลืองน้ำมันนั่นเอง  โดยเฉพาะเมื่อเครื่องยนต์พยายามที่จะสู้กำลังเบรกอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้มีความต้องการเร่งในช่วงสั้นๆบ่อยครั้ง ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้ว่าเมื่อเข้าเกียร์จะมีการใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่าตอนที่เราไม่เข้าเกียร์ D  หรืออยู่ในตำแหน่งเกียร์ N

 

แม้การปรับตำแหน่งเกียร์  N  ไป D  จะมีข้อดีและเสียต่างกัน แต่การเปลี่ยนตำแหน่งนี้ ก็ยืนยันว่ามันไม่สร้างความสึกหรอเท่ากับ การเปลี่ยนตำแหน่งกับสู่เกียร์  P  ไปมาเป็นประจำที่รถหยุดซึ่งบางคนมักทำติดเป็นนิสัย หากแต่ไม่ว่าวันนี้คุณจะมีเหตุผลอะไร ทางออกที่ดีในการถนอมชุดเกียร์และปลอดภัยที่สุด ในการขับขี่เพื่อป้องกันไม่เผลอเรอ คือการปรับตำแหน่งเกียร์ไปที่ N เมื่อรถติดเป็นเวลานานๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดคือคุณในฐานะผู้ขับขี่ต้องตัดสินใจว่าเมื่อไรควรจะปรับเข้าสู่  N


เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง

http://auto.sanook.com/5152/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C-n-%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-d-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%86-%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81-%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94/




จากประสบการณ์ ตรงในการใช้รถเกียร์ออโต้ ในยุคแรก ที่ส่งต่อมรดกกันมา
นั่นคือ รถ ฮอนด้า ซีวิค ปี 1989 ซึ่งรถคันนี้เป็นรถในครอบครัว อายุ 25 ปี
ซึ่งคันนี้เป็นรถเกียร์เดิมเป็นธรรมดา และมาเปลี่ยนเป็นเกียร์ออโต้ ในปี 1991


เรื่องจริงคือ คันนี้ ตั้งแต่รุ่นสมัยนานมาแล้วสมัยเรียนหนังสือเด็กๆวิ่งนุ่มนวลมาก เหล็กตัวถัง ชนวีโก้เบาๆ ยุบไปเยอะเลย แต่รถคันนี้ แค่กันชนยุบนิดเดียวไม่ถึงตัวถัง หนักแน่นมากๆ สำหรับคันที่ยกตัวอย่างมานี้ และ ต่อไปนี้คือความเห็นส่วนบุคคลของคนที่บ้านนะคะ

ย้ำนะคะว่าคันนี้ไม่เคยซ่อมเกียร์เลย เปลี่ยนน้ำมันเกียร์อย่างเดียวเป็นวงรอบทุกๆ หมื่น กม.ด้วยซ้ำ ซึ่งบอกตรงๆเห็นเก่าแล้วขี้เกียจเปลี่ยนบ่อยๆ มันก็ยังไม่พัง

ทุกการติดไฟแดง สมัยก่อนกะเวลาเอา จากแยกที่คุ้นๆว่าแยกเนี่ย นานไหม ไม่นาน ก็เหยียบค้างไว้ ถ้านานก็ เปลี่ยนเป็นเกียร์ว่าง

สมัยนี้ ไฟแดงมีตัวเลขนับถอยหลังอยู่ ผู้ชายที่บ้านนี้ขับจะเป็นดังนี้

ไฟแดงเหลือเกินกว่า 60 วินาที ปลดว่างทันที
เหลือน้อยกว่านั้นก็ D เอาไว้เตรียมพร้อมออก รวมถึงกรณี รถวิ่งๆหยุดนี่ จะ D ตลอดไม่ปลดไปมา ไม่พังค่ะ ขนาดรถคันนี้ใช้อย่าง อมตะ ไม่มีเปลี่ยน...........


เป็นความเห็นส่วนบุคคล หลายๆท่านอาจจะใช้วิจารณญาณจากความเมื่อยของตัวเองที่ต้องเหยียบเบรคค้างหรือ เกียร์มือค้างไว้ให้เกิดความเสี่ยง ก็ควรมีสมาธิในการขับรถด้วยนะคะ

11
ดูสเปคเพื่อการตัดสินใจนะคะ  :emo_103:



<a href="http://www.youtube.com/watch?v=5BCd_no1ypE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=5BCd_no1ypE</a>



12
จริงๆแล้วมีประสบการณ์ตรงหลายครั้งค่ะ เกี่ยวกับทำความสะอาด หน้าคอนโซลรถ เพราะมีรถอายุ ยี่สิบกว่าปีอยู่ที่บ้าน แต่คอนโซลใหม่มาก วัสดุอาจจะดีกว่าสมัยนี้ด้วยซ้ำ สำหรับรถสมัยเก่า ซีวิค ปี 89 Ke20 ก็ด้วยค่ะ


วิธีเดิมๆสมัยก่อนก็มีแว็กซี่ ที่เราใช้เช็ดเบาะนี่ละคะ เช็ดมันบ่อยๆ แทบทุกสัปดาห์เลย บางครั้งเห็น พี่ชาย หรือ แฟน เช็ดมันวันเว้นวันใครไปโดนคอนโซลแก เปื้อนละก็ หน้างอเลยล่ะ


หลังๆมามีสเปรย์ทำความสะอาด เพิ่มความเงางามหลายยี่ห้อ บอกว่า ใช้พ่น dashboard ก็หมายถึงตามในคลิปเลยค่ะ ทำความสะอาดจนไปถึงเรือนไมล์ ต้องดูแลดีหน่อยถ้ารักรถ อย่าลืมเคลือบ คอนโซลให้ดี แม้จะไปคาร์แคร์แล้วก็ตาม เราเจ้าของก็ต้องเก็บรายละเอียดอีกหน อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่คาร์แคร์เพียงอย่างเดียว เวลาผ่านไปมันจะค่อยๆเงางาม อิ่มตัวกับแว็กซ์ไปเอง ทีนี้ก็ดูแลง่ายล่ะ ทนแดด และดูใหม่ เสมอ :)

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=e-4WJZpoKmU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=e-4WJZpoKmU</a> :emo_103:

13
เอาของ บางจากก่อนนะคะ


14
 :emo_077: :)
Altis 1.6G  2014 Price 829,000.- ....

ของแต่งหาในนี้ทั้งนั้นเลย

ซื้อ ชุด DVD+tv-GPS ทัชพร้อมติดตั้ง 15,900.-
สเกิร์ตรอบคันแบบ VIP ตีเป็นเลขกลมๆ 10,000.-
เทิรน์แม็กลายอื่นๆ ที่ชอบ หมดไปอีกไม่ถึง 10,000.-
หาผ้ามาคลุมเบาะหนังอีกทีนึง 2 อัน พันสอง 1200 เบาะไ่ม่เลอะจะได้ซักได้
หาเครื่องวัดอุณหภูมิ กับ บอกกำลังไฟในรถมาหนึ่งอัน 490 บ.
รวมแล้ว 866,590.-

รุ่นตัว G วัสดุส่วนใหญ่จะตกแต่งด้วยโครเมี่ยม แล้วหุ้มหนัง อะไรพวกนี้นะคะ
ลองขับดูความเร็วเดินทาง แบบด่วนๆนิดๆ ที่ 140 กม./ชั่วโมงดู ก็โอเคนะ เกินกว่านี้ไม่กล้า เฉลี่ย วิ่งๆไป 100 -140 กม./ ชม.สลับไปมาเรื่อยๆ ระยะทาง กทม. โคราช สองร้อยกว่าโล ได้เฉลี่ยมาที่ 14 กม.ต่อ ลิตร แบบไม่เป็นทางการขากลับรถติดนิดๆ ได้มา 12.5 กม.ต่อ ลิตร ชีวิตจริงๆก็ประมาณนี้ล่ะจ๊ะ หมายเหตุ เติม E20 เข้าไป พันนึง ได้มา 3/4 ถัง

 :emo_103:

ในภาพนั้นตอนเดิมๆยังไม่ได้ทำอะไรกับมัน ตอนทำแล้วจะมาให้ดูคราวหน้านะคะ

เคยใช้รถ

สีดำดูแลยากสุดรอยตรึม
สีขาว ก็ดีมองไม่เห็นรอยขนแมว บางครั้งตีนแมวเลยล่ะก็ไม่เห็นอยู่ดีเว้นขี้นกต้องเอาไปลูบที่คาร์แคร์ถึงหาย

สีเงิน ซิลเวอร์อันนี้น่ารักสุด ดูแลง่ายมากมองไม่ค่อยเห็นฝุ่นเลย

15
อ้างอิง พันทิพ ค่ะ http://pantip.com/topic/31082606

อาหารอร่อยมาก ของที่ระลึกเยอะไปง่ายสะดวกค่ะ  :emo_108:

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=40CMTDuJr4E" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=40CMTDuJr4E</a>

หน้า: [1] 2